“ธรรม” ข้าวไทยคุณภาพ มาตรฐานต่างประเทศ

Share |

 

 

บริษัทโรงสีกำพลและบริษัท ยูนิเกรนมาร์เก็ตติ้ง(1999) จำกัด มีสัดส่วนยอดขายหลักมาจากตราสินค้า ข้าวตราสามงู ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในผู้นำตลาดข้าวหอมมะลิและข้าวเหนียวเขี้ยวงูเชียงราย ในช่องทางจัดจำหน่ายค้าส่งแบบดั้งเดิม(ยี่ปั้วซาปั้ว) โดยที่ตราสามงูเป็นตราสินค้าที่ได้รับการยอมรับของลูกค้าในเรื่องคุณภาพข้าวที่สูงกว่ามาตรฐานทั่วไปในท้องตลาด ด้วยความสามารถ เชี่ยวชาญ และใส่ใจในการคัดสรรและผลิตข้าวคุณภาพดีเยี่ยมสม่ำเสมอมาตลอดระยะเวลากว่า 50 ปี ทำให้ข้าวตราสามงูเป็นตราสินค้าที่แสดงถึงคุณภาพที่ดีเลิศของสินค้าข้าว และเป็นตราสินค้าที่มีราคาขายส่งและขายปลีกสูงสุดในกลุ่มข้าวหอมมะลิและข้าวเหนียว

ปี 2553 ทางบริษัท ยูนิเกรนมาร์เก็ตติ้ง(1999) จำกัด ได้เริ่มสร้างแบรนด์สินค้า ธรรม เพื่อนำเสนอข้าวคุณภาพคัดพิเศษ เกรดส่งออกต่างประเทศ สำหรับผู้บริโภคในประเทศโดยตรง (Business-to-Consumer, B-to-C) ผ่านช่องทางค้าปลีกสมัยใหม่ ทั้งในส่วนของซูเปอร์มาร์เก็ตและห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ร้านซูเปอร์สโตร์ ร้านค้าส่ง มินิมาร์ท และร้านค้าปลีกทั่วประเทศ  และได้ทำการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี 2554 เพื่อนำเสนอคุณค่าของความอุดมสมบูรณ์และความสุขของการบริโภคข้าวที่มีคุณภาพคัดพิเศษให้กับผู้บริโภค รวมทั้งการสร้างให้เกิดวัฒนธรรมและคุณค่าของการให้...ด้วยข้าว(คุณภาพคัดพิเศษ) ซึ่งเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสูงส่งทางด้านจิตใจของคนไทย มีความหมายถึงความอุดมสมบูรณ์ การกินดีอยู่ดี ความอบอุ่นและความมั่งคั่ง ตามปรัชญาของตราสินค้า ข้าวธรรม...วัฒนธรรมแห่งคุณค่า

 

ช่องทางการตลาด

สำหรับตลาดต่างประเทศเริ่มแรกทำการผลิตในลักษณะ OEM ให้กับกลุ่มเทรดเดอร์รายใหญ่ในต่างประเทศ นอกจากนี้ยังมีการจำหน่ายภายใต้แบรนด์ของเราเองควบคู่กันด้วย เพื่อป้องกันกรณีการถูกเลิกจ้างผลิต เพราะหากเกิดเหตุการณ์นั้นจริงก็จะยังมีสินค้าแบรนด์ของเราเองทำตลาดต่อไปได้

แหล่งผลิต

ข้าวที่ใช้ผลิตอยู่ทุกวันนี้มาจากหลายๆแหล่งรวมกัน แต่ที่เป็นฐานผลิตใหญ่จะอยู่ที่เชียงราย ซึ่งขึ้นชื่อในเรื่องการผลิตข้าวเหนียวและข้าวหอมมะลิ นอกจากที่เชียงรายแล้วยังมีที่เชียงใหม่และพะเยาที่สามารถผลิตข้าวหอมมะลิและข้าวเหนียวคุณภาพดีมีชื่อเสียง ด้วยคุณสมบัติที่นิ่มกว่าข้าวจากทางภาคอีสาน ทำให้ข้าวเหนียวและข้าวหอมมะลิจาก 3 จังหวัดภาคเหนือยังคงได้รับความนิยมจากผู้บริโภค ที่เราใช้เป็นแหล่งผลิตและรับซื้อเรื่อยมา

 ข้าวอินทรีย์

เริ่มแรกทั้งตลาดต่างประเทศและตลาดในประเทศเราผลิตข้าวปกติทั่วๆไป แต่ 2-3 ปีที่ผ่านมานี้ เราให้ความสำคัญกับข้าวอินทรีย์มากขึ้นและทำการผลิตภายใต้แบรนด์ “ธรรม” โดยการเข้าไปร่วมมือกับภาคกลุ่มเกษตรกรผลิตข้าวอินทรีย์ซึ่งมีตลาดต่างประเทศเป็นกลุ่มเป้าหมายหลัก ที่เราจะส่งข้าวอินทรีย์ออกไปจำหน่าย สำหรับตลาดความต้องการข้าวอินทรีย์ในประเทศนั้นขณะนี้ยังมีน้อยไม่แพร่หลาย แต่เราก็ไม่ทิ้งยังทำตลาดในประเทศควบคู่กับตลาดต่างประเทศอยู่

ปัจจัยที่ตลาดข้าวอินทรีย์ในบ้านเรายังไม่เติบโตนักผมมองว่าอาจจะเนื่องด้วยเรื่องของราคาที่นับว่าสูง เกือบเท่าตัวของราคาข้าวทั่วไป นอกจากนี้ยังรวมไปถึงการใส่ใจด้านสุขภาพของคนในบ้านเรายังมีน้อย ทำให้สินค้าเกษตรอินทรีย์จึงยังไม่เติบโตเท่าที่ควร

 

อุปสรรคของการทำธุรกิจ “ข้าว”

2-3 ที่ผ่านมาการทำธุรกิจข้าวเพื่อการส่งออกของผู้ประกอบการส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบกันทั่วหน้า ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของราคาข้าวที่สูงขึ้น ค่าเงินบาทที่แข็งขึ้น รวมกับการแข่งขันที่สูงขึ้น จึงส่งผลกระทบต่อวงการค้าข้าวในบ้านเรามาก และที่กระทบส่วนใหญ่ก็จะเป็นผู้ส่งออกที่ทำตลาดกลางและล่างซึ่งมีการแข่งขันที่สูงมากกว่า ส่วนตลาดบนที่เราทำอยู่กระทบน้อยกว่า เพราะตลาดบนเขาไม่ได้แข่งกันที่ราคาแต่ผู้ซื้อเขาจะให้ความสำคัญกับคุณภาพสินค้ามากกว่า หากสินค้าใครมีคุณภาพยังไงสินค้าก็ขายได้

 เตรียมความพร้อมสำหรับการเปิดตลาด AEC อย่างไร

ในฐานะผู้ผลิตและจำหน่ายข้าวทั้งในประเทศและส่งออกไปต่างประเทศ สถานการณ์ข้างหน้าผมมองไม่ชัดว่าแต่ละประเทศในกลุ่ม AEC ซึ่งแต่ละประเทศก็ผลิตข้าวเพื่อส่งออกอยู่หลายประเทศด้วยกัน เขามีมาตรการอย่างไรเกี่ยวกับการส่งออกข้าวหลังจากเปิดตลาด AEC สิ่งที่ผมจะทำได้ในขณะนี้ก็คือพยายามรักษาศักยภาพของเราให้อยู่ในระดับที่จะแข่งขันได้เมื่อสถานการณ์นั้นมาถึง และแบรนด์ “ธรรม” ก็คือสิ่งที่เราเลือกให้เป็นสินค้าตัวใหม่ที่จะมีไว้รองรับกับตลาด AEC ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้โดยเฉพาะ ซึ่ง ณ ตอนนี้เราก็ได้มีการวาง   แบรนด์ตัวไปบ้างแล้ว เพื่อสร้างความแข็งแรงให้เกิดกับตัว “ธรรม” ก่อนที่ตลาด AEC จะเข้ามา

นอกจากนี้ยังมีการปรับตัวด้วยการขายสินค้าที่จะไปคู่กันกับการขายกับข้าวด้วย ซึ่งลูกค้าในต่างประเทศหลายๆรายเขาเชื่อมั่นในตัวบริษัทว่าจะขายเฉพาะสินค้าที่มีคุณภาพไม่เฉพาะแต่ข้าวเท่านั้น สินค้าตัวอื่นเขาก็เชื่อมั่นเพราะเราไม่เคยทำให้ลูกค้าผิดหวังในการทำธุรกิจร่วมกัน

ซึ่ง “ธรรม” ก็มีความหมายมาจากสิ่งดีๆ เพราะ “ข้าว” คือรากเหง้าวัฒนธรรมของคนไทย สิ่งดีๆของคนไทย ศีลธรรมของคนไทย เปรียบกับการผลิตข้าวที่เราทำอยู่ขณะนี้ เพราะเราใส่ใจในทุกขั้นตอนกว่าที่จะได้ข้าวออกมาสู่ตลาดและเราก็ได้ใช้คำว่า “ธรรม” เพื่อสื่อไปถึงผู้บริโภคในธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่

 

คุณภาพข้าว “ธรรม”

สินค้าทุกตัวของธรรมเป็นสินค้าเกรดพรีเมี่ยมเทียบเท่ากับสินค้าที่เราส่งออกไปขายในต่างประเทศ ซึ่งถึงแม้ต้นทุนเราจะสูงกว่าคู่แข่งรายอื่น แต่เราก็เชื่อว่ากลุ่มลูกค้าที่เขาต้องการสินค้าคุณภาพก็น่าจะมี โดยเราจะเน้นในกลุ่มตัวสินค้าที่ลูกค้าคุ้นเคยอยู่ก่อนแล้วไม่ว่าเป็น ข้าวหอมมะลิเชียงรายและข้าวก้อง ในขนาด 2 และ 5 กิโลกรัม

นอกจากนี้ยังมีการขยายเข้าไปทำในกลุ่มที่ยังไม่มีผู้ประกอบการรายใดทำมาก่อน นั่นคือการผลิตเพื่อ “ให้” ให้ในที่นี้ก็จะหมายถึงการให้สิ่งดีๆเพื่อเป็นของฝาก ของที่ระลึก แก่ผู้ที่เรานับถือ รวมไปถึงให้ตามโอกาสในวาระต่างๆ โดยจะแยกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือกลุ่มที่เป็นกิ๊บเซตที่จะบรรจุข้าวสารคุณภาพดีจากหลากหลายสายพันธุ์  ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งจะเป็นข้าวสารขนาด 100 กรัมที่จะใช้ถวายพระทำบุญในโอกาสและเทศกาลต่างๆ

 จุดขาย

คือเราเน้นการขายข้าวที่มีความหลากหลายแง่มุม อย่างการคัดสรรพันธุ์ข้าวที่ดีที่สุด ไม่ว่าจะนำข้าวนั้นไปบริโภค เป็นของฝาก ทำบุญ ก็ตาม ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบรายอื่นเขาไม่ทำกัน แต่เราจะทำ เพราะเรามองว่าเป็นช่องทางหนึ่งที่จะช่วยให้ข้าว “ธรรม” เป็นที่รู้จักและเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภคและนักท่องเที่ยวได้เลือกซื้อกันมากขึ้น

 การแข่งขันในวงการค้าข้าว

จากภาวะที่เกิดขึ้นเมื่อ 1-2 ปีที่ผ่านมาถือว่าตลาดข้าวมีความผันผวนค่อนข้างมากโดยเฉพาะตลาดระดับล่างและกลาง จะด้วยสาเหตุใดก็ตามถือได้ว่ามีผลกระทบต่อวงการค้าข้าวในบ้านเราค่อนข้างมาก แต่ข้าวธรรมอย่างที่บอกไว้ตั้งแต่ต้น เราเน้นที่ตลาดระดับบนซึ่งถึงแม้ราคาข้าวจะสูงแต่ก็ไม่กระทบต่อกลุ่มบริโภคนัก เพราะเขามีกำลังซื้อสูง ไม่เหมือนกับตลาดกลางและล่างซึ่งคู่แข่งไม่เฉพาะในบ้านเราเท่านั้น ในต่างประเทศก็มีอีกมาก เมื่อราคาข้าวในประเทศปรับขึ้นการแข่งขันด้านราคาก็จะทำได้ลำบาก ส่งออกข้าวไปต่างประเทศก็ทำได้น้อย

สำหรับ ยูนิเกรน เราจะไม่ทำอะไรที่ใหญ่เกินตัวและจะทำในสิ่งที่เราทำได้ดีที่สุด สามารถควบคุมปัจจัยได้ เพราะเราเห็นว่าคู่แข่งในหลายๆประเทศมีการพัฒนาสายพันธุ์ข้าวและปัจจัยอื่นขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง อีกไม่นานก็คงมีคุณภาพเช่นเดียวกับข้าวไทย ซึ่งน่าเป็นห่วงหากเรายังไม่มีการพัฒนาปรับปรุงทุกภาคส่วนที่เกี่ยวกับข้าวไทย และคงจะเป็นเพียงอดีตอย่างถาวรสำหรับประเทศไทยกับตำแหน่งผู้ส่งออกข้าวอันดับหนึ่งของโลก

 ทิศทางข้าวไทยต่อจากนี้ไป

เกษตรกรไทยที่ทำการปลูกข้าวตอนนี้ผมเชื่อว่าคงไม่มีใครที่มีอายุต่ำกว่า 50 ปีแน่นอน ถ้ายังเป็นอยู่อย่างนี้ก็น่าเป็นห่วง เพราะคงอีกไม่นานเกษตรกรผู้ปลูกข้าวไทยก็คงจะหมดรุ่นไป หาคนปลูกข้าวอีกต่อไปคงไม่มี ตรงนี้น่าเป็นห่วง ลูกหลานชาวนาเดี๋ยวนี้คงหายากที่จะยึดอาชีพเกษตรกรรมต่อจากพ่อแม่ ชาวนาที่ทำอยู่ตอนนี้จะทำได้อีกกี่ปี แล้วหลังจากนี้ไปจะเกิดอะไรขึ้นกับประเทศไทยที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ของโลก

สิ่งที่ผมทำได้ตอนนี้ก็คือการทำหน้าที่ของโรงสีข้าวและส่งออกข้าวคุณภาพให้ได้ดีที่สุด ส่วนปัญหาอื่นที่ใหญ่กว่าก็คงต้องฝากภาครัฐเป็นผู้กำหนดนโยบายและมาตรการช่วยเหลือตามความเหมาะสม เพื่อรักษาสัดส่วนตลาดข้าวโลกของไทยให้กลับมาเป็นผู้ส่งออกข้าวอันดับหนึ่งของโลกต่อไป

 

สิ่งที่ข้าวไทยมีความได้เปรียบ

ภาพลักษณ์และชื่อเสียงของข้าวไทยถึงยังไงก็ยังคงได้เปรียบอยู่ ตลาดต่างประเทศยังคงให้การยอมรับคุณภาพข้าวที่นำเข้าจากไทย แม้จะมีข้าวจากอีกหลายประเทศออกมาตีตลาดแล้วก็ตาม นอกจากด้านภาพลักษณ์และชื่อเสียงแล้วยังมีในเรื่องคุณภาพของข้าวที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ เพราะข้าวไทยเอาไปปลูกที่ไหนคุณภาพก็ไม่เหมือนกับที่ปลูกในประเทศไทย แต่เราก็ยังวางใจนักเพราะความเจริญด้านเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์ก็อาจจะทำให้พันธุ์ข้าวที่ปลูกจากประเทศอื่น มีคุณภาพใกล้เคียงเรามากขึ้นเรื่อยๆแล้วในตอนนี้

การจะกลับมาเป็นมือหนึ่งสำหรับการส่งออกข้าวของไทยผมมองว่าไม่ใช่เรื่องยาก อยู่ที่ว่าเราจะให้ความสำคัญด้านราคาสินค้าหรือปริมาณการส่งออก ถ้าเน้นราคาปริมาณส่งออกก็จะน้อยลง แต่ถ้าเน้นเฉพาะปริมาณการส่งออกเราก็ทำได้ ผมว่ามันขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐเป็นตัวกำหนดมากกว่า เพราะข่าวสารต่างๆเดี๋ยวนี้มันรวดเร็วผู้ซื้อต่างประเทศก่อนที่จะซื้อสินค้าตัวไหน เขาจะศึกษาข้อมูลอื่นประกอบการสั่งซื้อ ซึ่งมันเป็นเรื่องธรรมดาของการค้าขายระหว่างประเทศ ถ้าเราดีจริงมันก็ไม่ใช่เรื่องยากที่เราจะกลับมาเหมือนเดิม

 ข้อคิดเห็นเพิ่มเติม

ผมเป็นผู้ส่งออกรายเล็ก การทำธุรกิจถึงต้องทำในสิ่งที่ถนัดที่สุด ทำได้ดีที่สุด และสิ่งที่ได้ก็ออกมาตามที่เราคาดหวัง อย่าทำอะไรที่เกินตัว ต้องมุ่งมั่นในสิ่งที่เรามีศักยภาพที่ได้เปรียบถึงจะยังทำให้เราอยู่ได้อย่างยั่งยืน เพราะธุรกิจข้าวนับวันจะยิ่งมีการแข่งขันที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ไม่ใช่คนเอเชียเท่านั้นที่ปลูกข้าวได้ คนทั่วโลกเดี๋ยวนี้เขาปลูกข้าวกันเองได้มากขึ้น ถ้าเราไม่มีการปรับตัวการทำตลาดของเราก็จะยากขึ้น ฉะนั้นสิ่งใดที่เราทำได้ดีอยู่แล้วก็จงทำและพัฒนาให้ดียิ่งๆขึ้นไป แล้วเราก็จะประสบผลสำเร็จอย่างที่ตั้งไว้ทุกประการ

ข้าว“ธรรม”เอง ตอนนี้ก็ได้มีการวางขายในซูเปอร์มาร์เก็ต ห้างสรรพสินค้า ร้านซูเปอร์สโตร์ ร้านค้าส่ง  มินิมาร์ท ร่วมทั้งร้านค้าปลีกทั่วไประยะหนึ่งแล้ว ซึ่งนับเป็นแบรนด์น้องใหม่ที่เกิดขึ้นใน 2-3 ปีที่ผ่านมาที่ต้องการนำเสนอสิ่งที่เราคัดสรรแล้วว่าเป็นสิ่งที่ดีสำหรับผู้บริโภค และจะดำรงไว้ซึ่งสิ่งเหล่านี้ต่อไป

 ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บริษัท ยูนิเกรนมาร์เก็ตติ้ง (1999) จำกัด เลขที่ 156 ถ.เฉลิมเขตร์ 1 วัดเทพศิริทร์ เขตป้อมปราบ กรุงเทพฯ 10100  โทร. 02 811 9670-3, 02 2265920-2   โทรสาร. 02 811 9674, 02 2257697  Website : www.unigrain.com // E-mail : unigrain@hotmail.com

 

 

**********************************

Search


New Arrival

Partner